ตรัง กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานการเหมืองแร่  จัดงาน “Workshopสัญจรพารวย ด้วย Smart Logistics” ภายใต้โครงการWorkshop สัญจร

ตรัง กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานการเหมืองแร่ จัดงาน “Workshopสัญจรพารวย ด้วย Smart Logistics” ภายใต้โครงการWorkshop สัญจร

IMG_1948310359 IMG_1970310359 IMG_1971310359 IMG_1989310359 IMG_2004310359ตรัง กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานการเหมืองแร่  จัดงาน “Workshopสัญจรพารวย ด้วย Smart Logistics” ภายใต้โครงการWorkshop สัญจร ขยายผลความรู้ด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรมเพื่อความเข้มแข็งทางธุรกิจ  เนื่องจากในปัจจุบัน SMEsได้รับผลกระทบจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้น SMEs จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและพัฒนาตนเองให้มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น
วันนี้ (31 มี.ค.59) ที่ห้องบอลรูมโรงแรมเรือรัษฎา ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง นายเดชา เกื้อกูล รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานการเหมืองแร่ เป็นประธานในการเปิดงาน “Workshopสัญจรพารวย ด้วย Smart Logistics” ภายใต้โครงการ Workshop สัญจร ขยายผลความรู้ด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรมเพื่อความเข้มแข็งทางธุรกิจ นำโดยนายอดิศร ตันเองชวน ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย นางสาวดวงกมล สุริยฉัตร ผู้อำนวยการสำนักโลจิสติกส์, นายวิถี สุพิทักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้, นายกฤษณ์ เชาว์บวร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพัทลุง และผู้ประกอบการเข้าร่วมสัมมนา 3,151 ราย
สืบเนื่องจากในปัจจุบัน SMEsได้รับผลกระทบจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผู้ประกอบการ SMEsซึ่งเป็นฐานรากที่สำคัญของเศรษฐกิจในประเทศ ดังนั้น SMEs จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและพัฒนาตนเองให้มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการลดต้นทุน การสร้างนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการเพื่อความอยู่รอดในสถานการณ์เช่นนี้ นอกจากการมุ่งเน้นการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Hard Side) ที่ต้องดำเนินการร่วมกับหลายกระทรวงแล้ว ยังคำนึงถึงการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ (Soft Side) ทั้งในด้านการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยในการสร้างเครือข่ายการขนส่งระหว่างประเทศ การพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์ และการปรับปรุงระบบบริหารจัดการ รวมถึงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการขยายความสำเร็จของแต่ละองค์กรสู่การเชื่อมโยงระบบการบริหารจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานด้วยการสร้างความมือผ่านกิจกรรมและโครงการต่างๆเพราะเป็นกำลังสำคัญที่จะเพิ่มมูลค่าและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคอุตสาหกรรมไทยในอนาคตได้ต่อไป
ทางด้านนายวิถี สุพิทักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ กล่าวว่า สำหรับเรื่องผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมในการสำรวจความต้องการด้านตลาดของลูกค้านั้นบางครั้งแต่ละช่วงเวลาปกติจะไม่เหมือนกัน ลูกค้าอาจจะต้องการสินค้าประเภทนี้แต่พอผ่านไป3เดือนสินค้าอาจจะล้น เพราะฉะนั้นในการทำการตลาดจะต้องไวและรวดเร็วในการติดตามตลาดเพราะสินค้าที่ปล่อยไปว่ายังตรงกับความต้องการของลูกค้าหรือเปล่า จะได้มาปรับปรุงในกระบวนการผลิตของเราเพื่อที่สามารถนำมาช่วยเราได้ในการสำรวจตลาด และเรื่องทางด้านการขนส่งโดยเฉพาะโลจิสติกส์เรามักจะมองข้ามโดยเฉพาะสถานประกอบการเราเอง โดยปกติอุตสาหกรรมทางภาคใต้เราเน้นการวางแผนและการสร้างโรงงานส่วนใหญ่จะคิดกันเองทำให้สูญเสียโดยการไม่รู้ เราจะต้องลองในการจัดสรรงบของเราดูว่าค่าใช้จ่ายในการขนส่งเป็นยังไง จุดเชื่อมต่อไปแต่ละจุดให้นำตัวเลขมาดู และต้องไปบริหารวางแผนโดยเฉพาะการออกแบบในสถานประกอบการหรือโรงงาน ควรจะต้องคำนึงเรื่องนี้ให้มาก ในส่วนของการส่งออกต่างประเทศซึ่งมีหลายแนวทางในการส่งออก สำหรับของจังหวัดตรังจะเป็นการส่งออกของท่าเรือหลายท่าเรือ และการส่งทางบกทางบก ค่าขนส่งตอนนี้ดีขึ้นนิดหนึ่งจากการลดราคาน้ำมันที่ถูกลงก็อาจจะทำให้ลดต้นทุนตรงนี้ลงไปได้บ้าง แต่จริงๆแล้วก็ยังราคาสูงอยู่โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมของเราอาจจะถึง 20กว่าเปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด จึงอยากจะให้ผู้ประกอบการทุกท่านหันมาดูเรื่องนี้เป็นสาระสำคัญ

สุนิภา ข่าว
ธรรมรัตน์ ภาพ
http://www.trangstory.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *