ตรัง แถลงข่าวประกวดภาพถ่ายมหัศจรรย์สันหลังมังกร แห่งท้องทะเลตรัง

ตรัง แถลงข่าวประกวดภาพถ่ายมหัศจรรย์สันหลังมังกร แห่งท้องทะเลตรัง

ตรัง แถลงข่าวประกวด ภาพถ่าย มหัศจรรย์สันหลังมังกร แห่งท้องทะเลตรัง กับ กิจกรรมการประกวดภาพถ่าย” พร้อมมอบไวนิลแผ่นที่ระบุพิกัดแหล่งท่องเที่ยว ชิงรางวัลรวมกว่า 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัลจาก พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี

IMG_6651070359 IMG_6658070359 IMG_6659070359 IMG_6663070359 IMG_6680070359 IMG_6686070359 IMG_6692070359 IMG_6696070359 IMG_6700070359 IMG_6715070359 IMG_6718070359 IMG_6721070359 IMG_6729070359 IMG_6757070359 IMG_6758070359 IMG_6760070359
วันที่ 7 มีนาคม 2559 ที่บริเวณบ้านหาดมดตะนอย ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดการแถลงข่าว “มหัศจรรย์สันหลังมังกร แห่งท้องทะเลตรัง กับ กิจกรรมการประกวดภาพถ่าย” พร้อมมอบไวนิลแผ่นที่ระบุพิกัดแหล่งท่องเที่ยวให้แก่ นายก อบต.ที่มีสันหลังมังกรตั้งอยู่ในพื้นที่ และมอบให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่
ซึ่งหลังจากที่ได้เดินทางท่องเที่ยวสำรวจชมไปตามหมู่บ้านชายฝั่งทะเล ชายหาด เกาะแก่ง และในทะเล อ.ปะเหลียน หาดสำราญ ย่านตาขาว สิเกา และ อ.กันตัง ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลตรังฝั่งอันดามัน ในที่สุดก็ได้พบเจอกับความสวยงาม แปลกตาของสันเนินทรายที่ธรรมชาติ นำเม็ดกรวดทราย เปลือกหอย ดินโคลน มาปั้นแต่งมีลักษณะรวมกันเป็นเนินกอง ทอดไปตามยาวจากหัวเกาะ ยื่นเป็นสันกว้าง และทอดสู่กลางทะเล ยามน้ำลดเป็นความมหัศจรรย์มีลักษณะเหมือน “สันหลังมังกร” ที่โลดแล่นโล้คลื่นอยู่กลางทะเล ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้ จึงได้ประกาศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีน แห่งใหม่ของ จ.ตรังเป็น “สันหลังมังกร” ที่มีอยู่จำนวน 6 ตัว อยู่ในท้องทะเล เขตพื้นที่ “อ.ปะเหลียน อ.หาดสำราญ และ อ.กันตัง” เริ่มจาก พื้นที่ อ.ปะเหลียนประกอบด้วย ตัวที่ 1 “สันหลัง มังกรเหลือง” อยู่ในพื้นที่หมู่ 2 บ้าน หยงสตาร์ ต.ท่าข้าม ตัวที่ 2 “สันหลังมังกรเกล็ดทองคำ” ตั้งอยู่ในหมู่ 4 บ้านทุ่งรวงทอง ต.ท่าข้าม ตัวที่ 3 “สันหลัง มังกรนิล” อยู่ในพื้นที่ 4 บ้านตะเสะ ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง ตัวที่ 4 “สันหลังมังกรหยก” ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านเสียมไหม ต.เกาะสุกร อ.ปะเหลียน ตัวที่ 5 “สันหลังมังกรทับทิมสยาม” อยู่ในพื้นที่ หมู่ 4 บ้านหาดทรายทอง ต.เกาะสุกร อ.ปะเหลียน และตัวที่ 6 “สันหลังมังกรเผือก” อยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 3 บ้านมดตะนอย ต.เกาะลิบง อ.กันตัง
ลักษณะสันหลังมังกรแต่ละตัวอย่างน้อยต้องมีความยาว ไม่ต่ำกว่า 1 กม. เป็นสันทรายที่อยู่กลางทะเลที่ถูกกระแสคลื่นซัด ของ 2 ฝั่งของตัวสัน และจะมีเกาะ ไม่ว่าจะเป็นเกาะเล็ก หรือเกาะใหญ่ เป็นหัวมังกร และมี สันหลังเปรียบเสมือนตัวมังกร พญานาคใหญ่ หรืองูใหญ่เลื้อยอยู่กลางทะเลยามน้ำทะเลลด จะแตกต่างกับทะเลแหวกที่มีความยาวที่สั้นกว่าและไม่มีหัว
สันหลังมังกรทั้ง 6 ตัว มีลักษณะความสวยงาม ความโดดเด่นและความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติเสกสรรมาให้อย่างแตกต่าง และลงตัวในแต่ละแห่งแยกเป็น
สันหลังมังกรเหลือง มีลักษณะเป็นสันทรายทอดยาว มองเห็นจากเกาะสะบัน อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล มายังทะเลตรัง ความยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร
สันหลังมังกรเกล็ดทองคำ มีลักษณะเป็นสันเปลือกหอยน้อยใหญ่ โผล่กลางทะเลสีเหลืองอร่ามคล้ายทองความแปลกที่คิดว่าจะเป็นเนินทราย แต่เป็นเนินที่เต็มไปด้วยเปลือกหอยทั้งเล็กและใหญ่ มีความสวยงามมาก เมื่อผิวของสันหลังมังกรกระทับกับแสงตะวัน ยามเช้าและยามพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบน้ำ แสงจะสาดส่องเป็นสีระยิบระยับสวยงามมาก มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร
สันหลังมังกรนิล ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลหาดสำราญ น้ำจากฝั่งประกอบไปด้วยบรรดาโคลน ดินดำ จากวัชพืช จะถูกน้ำพัดปกคลุมผสมกับทรายและเปลือกหอย ทำให้มีลักษณะสีสันที่แปลกเมื่อพระอาทิตย์สาดส่อง จะมองเห็นเป็นสีนิล จึงตั้งชื่อเป็น สันหลังมังกรสีนิล มีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร
สันหลังมังกรหยก เป็นการผสมกันอย่างลงตัวระหว่างทราย เปลือกหอย และโคลน ปรากฏเป็นสันเนิน เส้นทางคดเคี้ยวเลี้ยววก เมื่อกระทบแสงอาทิตย์จะมองเห็นเป็นสีหยกเขียว มีความยาวกว่า 3 กม.
สันหลังมังกรทับทิมสยาม “ราชาสันหลังมังกรแห่งท้องทะเลอันดามัน” เป็นตัวที่มีสันหลังมังกรทั้งยาวและใหญ่ที่สุด อาจจะ กล่าวได้ว่ายาวและใหญ่ที่สุดในโลก คือมีความยาวกว่า 5 กม.และกว้างกว่า 700 เมตร และที่สำคัญมีบริเวณพื้นของสันหลังมังกรหรือสันทราย นอกจากจะเต็มไปด้วยทรายแล้ว ยังมีปูชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า ปูแดงขนาดเล็กนับล้านตัว คลานต้วมเตี้ยมเต็มบนเนินทราย ทำให้เป็นความมหัศจรรย์ที่คนที่ได้เข้าสัมผัสจะพบกับสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้
สันหลังมังกรเผือก มีลักษณะเป็นสันเนินทรายทอดยาวจากหัวเกาะบ้านมดตะนอยเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 1 กม. จะโผล่ขึ้นยามน้ำลด ลำตัวเป็นสันทรายสีขาว ชมพู และเทา เหมือนผิวช้างเผือก ทอดยาว ความยาวกว่า 3 กม. ขาจะกางออกเหมือนมังกรจีน เมื่อโล้คลื่นและแสงอาทิตย์สาดส่อง มองเห็นเหมือนมังกรสีเผือกแหวกว่ายอยู่กลางทะเล บางช่วงเนินสันหลังเมื่อได้รับการสัมผัสกับเท้า จะรู้สึกถึงความลุ่มลึกเหมือนผิวหิมะอีกด้วย
นอกจากนี้จังหวัดตรังได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขอเชิญร่วมประกวดภาพถ่าย “สันหลังมังกร แห่งท้องทะเลตรัง” ชิงรางวัลรวมกว่า 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัลจาก พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ดังนี้ รางวัลการประกวดประเภทกรรมการตัดสิน รางวัลชนะเลิศ 10,000 บาท รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง 8,000 บาท รองชนะเลิศอันดับสอง 5,000 บาท รางวัลชมเชย 6 รางวัลๆ ละ 3,000 บาท ประเภท Popular Vote รางวัลชนะเลิศ 5,000 บาท รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง 3,000 บาท รองชนะเลิศอันดับสอง 2,000 บาท สำหรับระยะเวลาการส่งภาพเข้าประกวด เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 15 เมษายน 2559 ในเวลาราชการ ณ สำนักงานจังหวัดตรัง ศาลากลางจังหวดตรัง โทรศัพท์.0-7521-8516 หรือดูรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ www.trang.go.th
สำหรับรายละเอียดประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยว และช่างภาพทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรมสามารถเดินทางยังแหล่งท่องเที่ยว 6 สันหลังมังกร ได้ระหว่างที่พระจันทร์เต็มดวง ข้างขึ้นและข้างแรม ก่อนและหลัง 3 วัน โดยในพื้นที่ รวมถึง องค์การบริหารส่วนตำบล และทางอำเภอในพื้นที่จะอำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดี ทั้งข้อมูลสันหลังมังกร การเดินทาง ค่าพาหนะ อาหารและที่พัก อย่างเป็นกันเอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดภาพของความประทับใจ ที่จะได้ร่วมกันบันทึกภาพ ความมหัศจรรย์ของ “สันหลังมังกรทั้ง 6 ตัว” อย่างอิ่มเอมใจและมีความสุขกิจกรรมประกวดภาพถ่าย”สันหลังมังกรแห่งท้องทะเลตรัง” เป็นการประกาศให้ประชาชนทั่วประเทศ และทั่วโลก ได้รับรู้ว่า ณ วันนี้ จังหวัดตรังมีแหล่งท่องเที่ยวมหัศจรรย์ทางทะเลอีกแห่งหนึ่ง
ภายใต้แนวคิดการจัดทำ Guide Map เทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อการประชาสัมพันธ์แบบใหม่นั้น ว่า เนื่องจากสันหลังมังกรทั้ง 6 ตัวนี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์อันซีนของจังหวัดตรัง และเพื่อให้การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์นี้เราก็ได้ทำเป็น Guide Map ออกมา โดยใช้เทคโนโลยีทางด้านการสื่อสาร โดยการนำภาพสวย ๆ ทั้ง 6 ตัวมาสื่อลงในกระดาษแผ่นพับออกแบบสีสัน โดยทีมที่ทำมีความพิถีพิถันที่จะนำภาพสวย ๆ นำมาบรรจุลงในกระดาษแผ่นเดียว และที่สำคัญเราได้บรรจุ QR Code ลงไปด้วย ซึ่ง QR Code จะเชื่อมข้อมูลอื่น ๆ ที่ทีมงานได้ไปถ่ายทำไว้ เพื่อที่จะให้ผู้สนใจได้เข้ามาดูและสแกน QR Code แล้วภาพและข้อมูลจะปรากฏอยู่ในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ของแต่ละคน นั่นก็เป็นการช่องทาง IT ในยุคปัจจุบันให้เป็นประโยชน์ และจริง ๆ แล้ว Guide Map แบบมี QR Code นี้ ในต่างประเทศได้จัดทำมานานแล้ว แต่ในประเทศไทยยังทำน้อย เราจึงได้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ให้เป็นประโยชน์และให้เกิดการประชาสัมพันธ์
ในส่วนเรื่องของการแจกจ่ายได้ดำเนินการแจกจ่ายไปยังบุคคลที่สนใจไปบ้างแล้ว โดยกลุ่มดังกล่าวหากสนใจเมื่อไหร่ก็สามารถเปิดดูได้ รวมทั้งสามารถ Like ข้อมูลไปยัง Youtube Online ต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ได้จัดทำเพียง 5 พันแผ่น เนื่องจากงบประมาณจำกัด แต่ขณะนี้ ทาง ททท.เองก็สนใจที่จะทำเพิ่มเติมเพื่อนำแจกจ่ายออกไป

ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด

http://www.trangstory.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *