ตรัง ตรวจสอบป่าถูกบุกรุกนับพันไร่

ตรัง ตรวจสอบป่าถูกบุกรุกนับพันไร่

ตรัง กำลังเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่าย สนธิกำลังกันเข้าทำการตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองหยงสตาร์ – ป่าคลองหลักขันธ์ และป่าคลองลิพัง ถูกบุกรุกนับพันไร่
DSC045730902591 DSC045850902591 DSC045960902591 DSC046460902591 DSC046640902591 DSC046720902591 DSC046760902591 DSC046820902591 DSC046830902591 DSC047000902591 DSC047030902591 DSC047090902591 DSC047120902591 DSC047200902591
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 กำลังเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่าย ภายใต้การอำนวยการของนายอรรถพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ได้มอบหมายให้ นายศุภชัย สุกใส ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามภาคใต้ สำนักงานป้องกันและควบคุมไฟป่า ร่วมกับ พ.อ.ธวัชชัย  รักอาชีพ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง (ฝ่ายทหาร) ,เจ้าหน้าที่ส่วนป้องกันและปราบปรามภาคใต้ กรมป่าไม้ , – เจ้าหน้าที่ป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่12(นครศรีธรรมราช) , เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 47  ตรัง , หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตง.6 ,เจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาทรัพยาการป่าชายเลนที่ 33 ปะเหลียน (ตรัง) ,กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.ปะเหลียน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ รวมประมาณ 50 นาย สนธิกำลังกันเข้าทำการตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองหยงสตาร์ – ป่าคลองหลักขันธ์ และป่าคลองลิพัง ซึ่งถูกจัดจำแนกอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน บ้านทอนหาน ม.6 ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง กว่า 700 ไร่  หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีชาวบ้านในพื้นที่และนายทุนเข้าไปทำการบุกรุกแผ้วถางป่าสมบูรณ์ เพื่อปลูก ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว มาเป็นระยะยาวนาน  โดยมีบางแปลงที่เจ้าหน้าที่ทำการจับกุมดำเนินคดีและนำป้ายประกาศของศาลมาปักปิดประกาศไว้  แต่ก็ยังมีผู้เข้าไปทำการบุกรุกพื้นที่ใกล้เคียงตลอดเวลา โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาเดินเท้าเข้าไปสำรวจผ่านทางสะพานที่ทำจากไม้โกงกางเชื่อมต่อระหว่างที่ดินอยู่อาศัยของชาวบ้านเข้าไปในพื้นที่ป่าชายเลน มีการตัดไม้โกงกางทำเป็นทางเดินทอดข้ามในจุดที่มีน้ำทะเลหนุนถึง โดยใช้เวลาเดินเท้าสำรวจทั้งสิ้นประมาณ 2 ชม.ระยะทางประมาณ 3 กม.และต้องใช้วิธีนั่งเรือกลับ ทั้งนี้ พบว่าสภาพพื้นที่ทั่วไปเคยเป็นป่าสมบูรณ์มีทั้งป่าบก และป่าชายเลนที่ขึ้นอยู่ทั่วไปจำนวนมาก มีอายุนับร้อยปี ขนาดหลายคนโอบ  เช่น ต้นเสม็ดแดง เสม็ดขาว ป่ายูคาลิปตัส  แต่ถูกบุกรุกแผ้วถาง เผาป่า ตัดโค่น มีการกานต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ตัดโค่นด้วยมือไม่ได้ รอบลำต้น ให้ยืนต้นตายและล้มลงเพื่อครอบครอง ตัดเป็นแนวเปิดทางตามร่องน้ำเดิมเพื่อทำอาณาเขตครอบครองของตนเอง แล้วมีการปลูกผลอาสิน ทั้งต้นมะพร้าว สวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมัน  แบ่งเป็นแปลงๆทั้งของชาวบ้านและของนายทุน เนื้อที่ตั้งแต่กว่า 10 – 200 ไร่ อายุยางพาราและปาล์มน้ำมันประมาณ 2 – 5 ปี โดยพบเป็นแปลงสวนยางและสวนปาล์มแปลงใหญ่ของนายทุนประมาณ 3 แปลง ทั้งที่เก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว และสวนยางก็กำลังเปิดกรีด ทำยางแผ่นดิบตากไว้ในบริเวณกระท่อมที่พัก พร้อมเครื่องจักรรีดยาง แต่ไม่พบผู้กระทำผิด เนื่องจากได้หลบหนีไปก่อนเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปถึง  ทั้งนี้ กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายป่าไม้ และกำลังทหารได้ทำการจดบันทึก และแยกไปทำการตรวจจับพิกัดจีพีเอส เพื่อคัดแยกรายแปลง ดำเนินการตรวจพิสูจน์การถือครองต่อไป   พร้อมส่งโดรน (เครื่องบินวิทยุบังคับ)เพื่อถ่ายภาพทางอากาศ หรือถ่ายภาพมุมสูงเพื่อไว้ตรวจพิสูจน์กับภาพถ่ายทางอากาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป
พ.อ.ธวัชชัย  รักอาชีพ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง (ฝ่ายทหาร) (เสื้อยืดแขนยาวสีเหลือง)  กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวนี้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยกอ.รมน ตรังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่มาแล้ว 3 ครั้ง  ว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่า จึงส่งกำลังทหารและเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจ พบมีการบุกรุกจริง จึงได้ประสานฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำการตรวจเช็คพื้นที่อย่างละเอียดในครั้งนี้ โดยพบว่าผู้บุกรุกมีทั้งชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งจะต้องทำการคัดแยกรายแปลง โดยรวมมีแค่ประมาณ 20 กว่าราย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าต่อรายครอบครองเนื้อที่หลายไร่ และนายทุนจากต่างถิ่นที่บุกรุกรายละประมาณ  200 – 300 ไร่ ซึ่งในส่วนของนายทุนนั้น สามารถทำการตรวจยึดได้เลย  และพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่แปลงใหม่ ที่ไม่ได้อยู่ในแผนปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าของทางจังหวัด ประจำปี 2558 (จำนวน 160 แปลง เนื้อที่ประมาณ  1,071 ไร่ )
นายศุภชัย สุกใส ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามภาคใต้ สำนักงานป้องกันและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้  กล่าวว่า  พื้นที่นี้ได้รับการประกาศเป็นเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2508 เนื้อที่รวม 45,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล คือ ต.ท่าข้าม ,ต.ทุ่งยาว,ต.ลิพัง และ ต.ปะเหลียน และต่อมา ครม.มีมติเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2530 ให้จำแนกบริเวณพื้นที่บ้านทอนหานแห่งนี้เป็นพื้นที่ป่าชายเลน  โดยเนื้อที่กว่า 700 ไร่นี้ เป็นพื้นที่สันดอน เนื่องจากถูกคลองท่าข้ามและคลองทุ่งยาว ขนาบทั้ง 2 ด้าน การเข้ามาตรวจสอบในครั้งนี้ เพื่อตรวจเช็คหารายละเอียด จำแนกออกมาเป็นรายแปลง เพื่อดำเนินการยึดคืนต่อไปคาดว่าภายใน 10 วัน จะสามารถจำแนกรายละเอียดรายแปลงได้ทั้งหมด  จากนั้นจะได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าแจ้งความดำเนินคดี และทำการยึดคืนต่อไป  แต่สภาพโดยรวมพบว่ามีการบุกรุกจริงไม่ต่ำกว่า 1,000 ไร่ รวมทั้งเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งจะต้องขยายผลพื้นที่โดยรอบทั้งหมดต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *