ตรัง ประมงพื้นบ้านยื่นหนังสือ ยกเลิกมาตรา 34 ใน พรก.ประมง 

ตรัง ประมงพื้นบ้านยื่นหนังสือ ยกเลิกมาตรา 34 ใน พรก.ประมง 

ตรัง เครือข่ายประมงพื้นบ้าน จังหวัดตรัง เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี 2 เรื่อง 1.ขอให้ยกเลิกมาตรา 34 ใน พรก. ประมง  เนื่องจากสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวประมงพื้นบ้าน และ 2.ให้รัฐบาลทบทวนงบประมาณสำหรับจัดซื้อเรือประมงผิดกฎหมายเพื่อทำปะการังเทียมIMG_9371180159 IMG_9381180159 IMG_9384180159 IMG_9421180159 IMG_9440180159 IMG_9448180159 IMG_9452180159

วันนี้(18 ม.ค.59)เวลา 14.00 น. เครือข่ายประมงพื้นบ้าน จังหวัดตรัง  กว่า 200 คนเดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดตรัง เข้ายื่นหนังสือขอให้ยกเลิกมาตรา 34 ของพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ถึงพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง มีแกนนำ คือ นายไมตรี วิเศษศาสน์ ที่ปรึกษาผู้ตรวจฯด้านสิ่งแวดล้อมจังหวัดตรัง นายอะเหร็น  พระคง ประธานชมรมประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง และนายอิสมาแอน เบ็ญสะอาด กรรมการชมรมประมงพื้นบ้านจังหวัดตรังโดยมีนายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ

IMG_9360180159

โดยหนังสือระบุว่า  พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มีบทกำหนดตามมาตรา 34 “ห้ามชาวประมงพื้นบ้านออกไปทำการประมงในเขตทะเล นอกชายฝั่ง” สร้างผลกระทบความเดือดร้อนและเป็นการจำกัดสิทธิของชาวประมงขนาดเล็กของ ประเทศไทย (เรือประมงขนาดระวางต่ำกว่า 10 ตันกรอส) ซึ่งมีจำนวนมากกว่าร้อยละ 80 ของชาวประมง ทั้งหมด ไม่สามารถออกทำการประมงได้ตามปกติ ทั้งที่การทำการประมงขนาดเล็กในเขตนอกทะเล ชายฝั่ง เป็นการประมงที่ไม่ได้ทำละเมิดต่อบุคคลอื่น ๆ ไม่ได้มีผลกระทบต่อทรัพยากรส่วนรวมของประเทศ มิหนำซ้ำยังเป็นผู้ผลิต สินค้าประมง ชั้นดี แก่ประเทศอีกด้วย อีกทั้ง หากชาวประมงพื้นบ้านที่มีจำนวนกว่าร้อยละ 80 ของชาวประมงทะเลทั้งหมดถูกบังคับ ให้ทำการประมงได้เฉพาะที่แคบๆในชายฝั่งทะเล จะเกิดการแย่งชิงทรัพยากรสัตว์น้ำ สร้างความขัดแย้ง ระหว่างชาวประมงกันเอง ไม่เป็นผลดีต่อการประมงที่ยั่งยืน และที่สำคัญเป็นมาตรการที่ไม่เป็นธรรม อย่างยิ่งต่อชาวประมงพื้นบ้านรายย่อย ที่ถูกจำกัดพื้นที่ทำประมงเหลือน้อยมาก ในขณะที่ให้สิทธิ ชาวประมงพาณิชย์ (ซึ่งมีประชากรที่ได้ประโยชน์น้อย) เป็นผู้ประกอบการที่ไม่ได้ทำการประมงด้วยตนเอง แต่ได้สิทธิทำการประมงในพื้นที่ตั้งแต่ 3 ไมล์ทะเล ไปจนสุดเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (ประมาณ 200 ไมล์ทะเล)หรือสิทธิทำการประมงของประเทศ แล้วแต่เขตใดจะไกลกว่า จึงขอเสนอให้รัฐบาลได้พิจารณายกเลิกมาตรา 34 ของพระราชกำหนดการประมงพื้นบ้านเรือประมงขนาดเล็กของประเทศไทยสามารถออกทำการประมงได้ในเขตทะเลนอกชายฝั่งได้เช่นเดิม

IMG_9403180159         และเรื่องที่ 2 ขอให้ทบทวนงบประมาณสำหรับจัดซื้อเรือประมงผิดกฎหมายเพื่อทำปะการังเทียม เนื่องจากการจัดสร้างปะการังเทียมมีการวางแผนร่วมกันระหว่างชุมชนชายฝั่งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีวัตถุประสงค์เฉพาะที่ชัดเจนคือ เพื่อเป็นแนวคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การลดการท่องเที่ยวในแนวปะการังธรรมชาติ การเพิ่มพื้นที่ยึดเกาะให้กับปะการังธรรมชาติ แนวป้องกันการลักลอบการทำประมงของเรืออวนลากและเรืออวนรุนในเขตทะเลชายฝั่งอีกด้วย ซึ่งทางประมงพื้นบ้านจังหวัดตรังเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจังหวัดตรังเห็นด้วยกับรัฐบาลดำเนินการลดจำนวนเรือประมงพาณิชย์ที่ผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลสามารถจัดสรรงบประมาณจากส่วนอื่นมาดำเนินการได้ นอกจากนี้ประเทศไทยมีประสบการณ์หลายครั้งในการชดเชยให้ชาวประมงที่ผิดกฎหมาย เช่น เครื่องมือประมงทดแทน การทำประมงอวนรุนหรือโพงพาง แต่ผู้ทำการประมงผิดกฎหมายยังคงทำผิดกฎหมายต่อไปเป็นต้น ในกรณีซื้อเรือประมงครั้งนี้อาจมีการแอบอ้างว่าเป็นเรือประมงผิดกฎหมายแต่เป็นการนำเรือเก่าที่หมดอายุการใช้งานแล้วมาขายให้รัฐโดยทั่วไปเจ้าของเรือประมงผิดกฎหมายคงไม่ขายเรือที่มีสภาพดีให้ เนื่องจากสามารถนำไปทำการประมงด้วยเครื่องมือประมงที่ถูกกฎหมายหรือปรับเป็นเรือท่องเที่ยวหรือขายต่อในราคาที่ดีกว่า

IMG_9395180159                      ด้านนายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่าจะนำหนังสือและส่งต่อไปยังรัฐบาลให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนดูใหม่ทั้ง2เรื่องด้วยกัน คือ ยกเลิกมาตรา 3 และการจัดซื้อเรือประมงผิดกฎหมาย วางใจได้จะส่งถึงรัฐบาลอย่างแน่นอน

ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด

http://www.trangstory.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *