ตรัง ชวน หลีกภัยเปิดบ้านรับฟังความเดือดร้อนนักศึกษากว่า 100 คนต้องลาออกและพักการเรียน

ตรัง ชวน หลีกภัยเปิดบ้านรับฟังความเดือดร้อนนักศึกษากว่า 100 คนต้องลาออกและพักการเรียน

ตรัง ชวน หลีกภัยเปิดบ้านรับฟังความเดือดร้อนของครอบครัวนักศึกษาในภาคใต้ ได้รับผลกระทบ จากปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ทำให้นักศึกษากว่า 100 คน จนถึงขั้นต้องลาออกและพักการเรียนแล้ว

IMG_9278180159 IMG_9283180159 IMG_9292180159 IMG_9296180159 IMG_9302180159 IMG_9303180159 IMG_9320180159 IMG_9322180159 IMG_9324180159 IMG_9333180159 IMG_9335180159                        วันนี้(18 ม.ค.59) ที่บ้านพักเลขที่ 183 ถนนวิเศษกุล ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เปิดบ้านเพื่อรับฟังผลกระทบจากปัญหาราคายางพาราตกต่ำ จากคณะผู้บริหารสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาใน จ.ตรัง กว่า 10 แห่ง เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง, มหาวิทยาลัยราชภัฎ ,วิทยาลัยเทคนิคตรัง,วิทยาลัยการอาชีพตรัง, วิทยาลัยสารพัดช่างตรัง, วิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธร, วิทยาลัยการพลศึกษา และวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีตรัง เพื่อร่วมกันแก้ปัญหานักศึกษาลาออกและพักการเรียนหลังผู้ปกครองไม่มีเงินส่งเสีย ซึ่งนักศึกษาหลายรายเรียนดีได้เกรด 3 ขึ้นไปแต่ครอบครัวประสบปัญหาทางการเงินจึงต้องขอลาออกกลางคันและหลายรายต้องออกหารายได้ระหว่างเรียน ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้กระทบไปยังสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งที่ จ.ตรัง มีนักศึกษาขอลาออกของแต่ละสถาบันตั้งแต่ 20-30 คนหรือกว่า 100 คนแล้ว
ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้เชิญผู้บริหารสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาใน จ.ตรัง จากปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะยางพารา มีราคาต่ำลงมากต่อเนื่องยาวนาน จนกระทบต่อครอบครัวของเกษตรชาวสวนยาง โดยเฉพาะในภาคใต้ และมีผลกระทบต่อการศึกษาของบุตรเยาวชนในสถาบันการศึกษาทุกระดับจำนวนหนึ่ง บางครอบครัวได้ให้ลูกหลานออกจากสถาบันการศึกษา บางครอบครัว ให้หยุดพักการเรียน ซึ่งในขณะนี้แต่ละสถาบันก็พยายามช่วยเหลือกันเอง ซึ่งปัญหาราคายางพาราตกต่ำทำให้มีนักศึกษาจำนวนหนึ่งใน 14 จังหวัดภาคใต้ต้องลาออกกลางคัน โดยครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี และได้ระดมทุนช่วยเหลือไปแล้วเกือบ 2 ล้านบาท ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้ลุกลามไปยังสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทั่วภาคใต้ ตนจึงได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงศึกษาธิการให้ขยายกองทุนเพื่อการศึกษา (กยศ) เนื่องจากเป็นปัญหาที่จำเป็นเพราะหากล่าช้าจะทำให้นักศึกษาทยอยลาออกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งชาวสวนยางภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นแปลงขนาดเล็กรายละ 5-20 ไร่ จึงทำให้รายได้ไม่พอกับรายจ่าย
จากสภาพการดังกล่าวเป็นความจริงอยู่เกือบทุกจังหวัด และยากที่ผู้บริหารระดับสูงจะรับรู้ได้ เนื่องจากสวนยางส่วนใหญ่ในภาคใต้ต่างจากที่ภูมิภาคอื่น กล่าวคือ เป็นสวนยางแปลงเล็ก เพราะอาชีพนี้ได้ทำมาหลายช่วงอายุคนแล้ว และไม่มีรายได้เสริมจากอาชีพอื่น ดังนั้น เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวให้สามารถดำรงชีพได้ต่อไป บุตรหลานได้เรียนจนจบสูตร จึงจำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาเรื่องนี้เป็นพิเศษโดยในเบื้องต้นสามารถใช้กลไกเครื่องมือที่มีอยู่แล้ว คือ จัดหาทุนจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาให้เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษให้แก่นักศึกษาในพื้นที่ที่ประสบปัญหาดังกล่าวแล้ว  ทั้งนี้ในจังหวัดตรังนั้นมีนักเรียนที่ได้รับผลกระทบและต้องลาออกแล้ว มีตัวเลขที่ชัดเจนออกมาแล้ว คือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตตรัง จำนวน 37 คน และทั้งจังหวัดตรังนั้น มีมากกว่า 100 คนอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามในส่วนของภาคประชาชนนั้น ตนได้หารือกับอดีตสส. ในภาคใต้แล้ว โดยมีแนวคิดจะร่วมกับหลายภาคส่วน เพื่อที่จะร่วมกันจัดหาทุนจากภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนเพิ่มเติมจากส่วนที่รัฐต้องดูแลอยู่แล้วต่อไป โดยมีแนวคิดในขณะนี้ว่าจะร่วมกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง จัดคอนเสิร์ตเพื่อระดมทุนช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งต้องปรึกษากับทางผู้ว่าราชการจังหวัดตรังอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด

http://www.trangstory.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *