จังหวัดตรัง แถลงนโยบายคืนความสุขที่พอเพียงให้ชาวตรัง 27 วาระจังหวัดตรัง

จังหวัดตรัง แถลงนโยบายคืนความสุขที่พอเพียงให้ชาวตรัง 27 วาระจังหวัดตรัง

ตรัง ผู้ว่าฯตรัง แถลง”นโยบายคืนความสุขที่พอเพียงให้ชาวตรัง 27 วาระจังหวัดตรัง ปี 2559″ ภายใต้กลยุทธ์ “รวมพลังคืนความสุข รุกการพัฒนา เปิดฟ้าการท่องเที่ยวตรัง”  ด้านการท่องเที่ยว สำรวจได้ค้นพบแหล่งท่องเที่ยวใหม่ คือ สันหลังมังกร ซึ่งจะผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนทะเลอันดามันในจังหวัดตรัง โดยได้ค้นพบ จำนวน 6 ตัว ส่วนทางด้านการแก้ไขปัญหายางพาราต้องแก้เป็นระบบ จังหวัดได้จัดเป็น 2 ชุดในการแก้ปัญหายางพารา คือ คณะกรรมการแก้ไขปัญหายางพาราอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีเลขาฯคือเกษตรจังหวัด และคณะกรรมบริหารโครงการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งปัญหาขณะนี้ราคายาง ต้นทุนการปลูกยาง สูงกว่าราคาขาย โดยเน้นแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงฯ รวมถึงการสนับสนุนการแปรรูปยางพารา ทั้งระบบ

IMG_8701070159 IMG_8719070159 IMG_8679070159 IMG_8685070159 IMG_8697070159 IMG_8750070159 IMG_8759070159 IMG_8760070159                           วันนี้ ( 7 ม.ค.59) นายเดชรัฐ  สิมศิริ  ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานการแถลงข่าว “นโยบายคืนความสุขที่พอเพียงให้ชาวตรัง 27 วาระจังหวัดตรัง ปี 2559” ภายใต้กลยุทธ์ “รวมพลังคืนความสุข รุกการพัฒนา เปิดฟ้าการท่องเที่ยวตรัง” ทั้งนี้   จังหวัดตรัง  กำหนดกรอบนโยบายในการพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติราชการ ให้สามารถดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม  โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนมีความอยู่ดีกินดีและมั่งมีศรีสุข  รวมทั้ง สร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ  ทำให้สังคมมีคุณภาพ ตลอดจน ให้ข้าราชการในจังหวัดได้พัฒนาตนเองและใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่  ไปในทิศทางเดียวกัน ให้สามารถตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดตรังได้อย่างสัมฤทธิ์ผลIMG_8705070159                           ทั้งนี้ นโยบายคืนความสุขที่พอเพียงให้ชาวตรัง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ รวมพลังคืนความสุข 9 วาระ รุกการพัฒนา 9 วาระ และเปิดฟ้าการท่องเที่ยว 9 วาระ  รวมเป็น 27 วาระ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้มอบหมายให้คณะทำงานได้ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานจากหน่วยงานที่เป็นผู้รับผิดชอบหลัก  เพื่อให้นโยบายดังกล่าวบรรลุเป้าหมาย “คนตรัง อยู่ดีกินดี  มั่งมีศรีสุข” อย่างยั่งยืนต่อไป

IMG_8736070159 IMG_8737070159                             ทั้งนี้ด้านการท่องเที่ยว จังหวัดตรังมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายและจากการสำรวจ ได้ค้นพบใหม่ คือ สันหลังมังกร ซึ่งจะผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนทะเลอันดามัน ในจังหวัดตรัง โดยได้ค้นพบ จำนวน 6 ตัว คือ ตัวที่ 1 สันหลังมังกรเหลือง อยู่ในพื้นที่ ม.2 บ้านหยงสตาร์ ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน ตัวที่ 2 สันหลังมังกรเกล็ดทองคำ อยู่ในพื้นที่ ม.4 บ้านทุ่งรวงทอง ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน ตัวที่ 3 สันหลังมังกรนิล อยู่ในพื้นที่ ม.4 บ้านตะเสะ ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ ตัวที่ 4 สันหลังมังกรหยก อยู่ในพื้นที่ ม.1 บ้านเสียมไหม ต.เกาะสุกร อ.ปะเหลียน ตัวที่ 5 สันหลังมังกรทับทิมสยาม อยู่ในพื้นที่ ม.4 บ้านหาดทรายทอง ต.เกาะสุกร อ.ปะเหลียน และตัวที่ 6 สันหลังมังกรเผือก บ้านมดตะนอย ต.เกาะลิบง อ.กันตัง อย่างไรก็ตามทางจังหวัดตรัง กำลังจะจัดกิจกรรมการประกวดถ่ายภาพ เดือนแห่งการถ่ายภาพสันหลังมังกร อีกด้วยIMG_8768070159                        ส่วนทางด้านการแก้ปัญหายางพารา ด้านนายเดชรัฐ สิมสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า การแก้ไขปัญหายางพาราต้องแก้เป็นระบบ จังหวัดได้จัดเป็น 2 ชุดในการแก้ปัญหายางพารา คือ คณะกรรมการแก้ไขปัญหายางพาราอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีเลขาฯคือเกษตรจังหวัด และคณะกรรมบริหารโครงการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งปัญหาขณะนี้ราคายาง ต้นทุนการปลูกยาง สูงกว่าราคาขาย โดยอยู่ที่ประมาณ 4 กิโลกรัม 100 บาท ซึ่งต่ำกว่าความเป็นจริง และจากการวิจัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า เกิดจากการผันผวนของหุ้น เกี่ยวกับอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวเนื่องกับยางพาราของจีนเอง รวมทั้งปริมาณยางของระดับโลกมีปริมาณเพิ่มขึ้น ประกอบกับเงินหยวนอ่อนค่าลง แต่น้ำมันกลับถูกลง ทำให้ค่าของยางต่ำกว่าความเป็นจริง
ในส่วนของจังหวัดตรัง ได้เร่งช่วยเหลือเกษตรกร 1 คือเงินช่วยเหลือของรัฐบาล ไร่ละ 1,500 บาท อยู่ที่ขั้นตอนการตรวจสอบและจ่ายแล้ว กว่า 3 ล้านบาท ในส่วนที่ 2 ในข้อเสนอการแก้ไขปัญหายางทั้งหมด ทั้งเรื่องตั้งนิคมอุตสาหกรรมยาง การทำอุตสาหกรรมล้อรถยนต์แห่งชาติ หรือโรงงานเกี่ยวกับการแปรรูปยางทั้งหลาย เป็นนโยบายที่ตนเห็นด้วย ทางรัฐบาลก็เห็นด้วย แต่ขั้นตอนในการทำค่อนข้างล่าช้าเพราะมีหลายปัจจัย ทั้งเทคโนโลยี ต้องอาศัยต่างประเทศ และต้องดึงต่างประเทศมาลงทุน จึงเป็นเรื่องไม่ง่ายเลย นอกจากจะผ่านกฎระเบียบของกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว ยังมีกฎระเบียบที่เพิ่มเติมมาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงทำให้การตั้งโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆยากขึ้น รวมทั้งการประกาศผังเมืองรวมยิ่งทำให้บางพื้นที่ ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปยางไม่ได้ แม้แต่อุตสาหกรรมในครัวเรือน โอทอปต่างๆ ซึ่งได้พยายามแก้ปัญหาตรงนี้ด้วย
และส่วนสำคัญคือเร่งปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนได้ใช้แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงฯ ให้ชาวสวนยางหันมาปลูกพืชอื่นๆผสมผสาน เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ ในสวนยางด้วย เพื่อให้ครอบครัวมีกินมีใช้ก่อน โดยมีโครงการ 2 โครงด้วยกันตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงฯ มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ถึง 100 โรงเรียน และมีครอบครัวชาวสวนยางตัวอย่างที่เข้าร่วมโครงการ ถึง 2,000 ครอบครัว ได้เป็นตัวอย่างปลุกจิตสำนึกให้กับชาวสวนยาง ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกทุกอย่างที่อยากกินในสวนยาง กินทุกอย่างที่ปลูก รวมทั้งเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เลี้ยงมาแล้วให้มีกินมีใช้ ในครัวเรือน เหลือจากนั้นขาย
นอกจากนั้นได้ส่งเสริมสนับสนุนการแปรรูปที่มีอยู่แล้ว อย่างโรงงานไทยกอง สามารถจัดตั้งโรงงานได้ คาดว่าจะเปิดใช้ได้ประมาณเดือนพฤษภาคมนี้ สามารถเดินเครื่องได้ ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปถุงมือ จะใช้ยางต่อปี ประมาณ 60,000 ตัน ปริมาณใช้ยางสูงกว่าชุมชนสหกรณ์รวบรวมยางทั้งปี กว่า 3 เท่า
และในส่วนการแปรรูปยางคอมพาวจะมีออเดอร์จากประเทศอิหร่านแล้วก็จะเริ่มผลิต อีกทั้งทางจังหวัดได้สนับสนุนสหกรณ์หนองครกในการทำหมอนยางพารา ซึ่งอยู่ระหว่างประกวดราคาสั่งเครื่องจักรเข้ามา คาดว่าภายในเดือนเมษายนนี้จะสามารถผลิตหมอนยางพาราได้ ก็ได้พยายามสนับสนุนเพื่อที่จะให้ราคายางพาราได้สูงขึ้น และอยากเรียกร้องให้ชาวสวนยางขายยางผ่านสหกรณ์ เพราะจะได้ดูแลกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งทางราชการก็จะดูแลผ่านทางสหกรณ์ โดยการให้สหกรณ์กู้เงินราคาพิเศษผ่าน ธกส. และจะรับซื้อในราคาที่สูงกว่า ก็ต้องช่วยกันในทุกระบบ

ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด

http://www.trangstory.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *