ตรัง ชมรมคนรักในหลวงยื่นหนังสือเรียกร้องกรณีฑูตอเมริกาหมิ่นกฎหมายไทย

ตรัง ชมรมคนรักในหลวงยื่นหนังสือเรียกร้องกรณีฑูตอเมริกาหมิ่นกฎหมายไทย

ตรัง ชมรมคนรักในหลวงประมาณ 150 คน สวมใส่เสื้อตราสัญลักษณ์ชมรม สีชมพู ยื่นหนังสือต่อนายเดชรัฐ  สิมศิริ  ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ไปถึงรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ ต่างประเทศ เพื่อให้รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ ทำเรื่อง ประท้วง สถานฑูต และรัฐบาล สหรัฐ ที่ก้าวก่าย กิจการภายใน และสถาบันกษัตริย์ของไทย

IMG_0748301158 IMG_0752301158 IMG_0756301158 IMG_0762301158 IMG_0783301158 IMG_0804301158 IMG_0807301158
วันนี้( 30 พ.ย.58 ) ตัวแทนสมาชิกชมรมคนรักในหลวงจังหวัดตรัง ประมาณ 150 คน สวมใส่เสื้อตราสัญลักษณ์ชมรม สีชมพู พร้อมป้ายข้อความประท้วงสหรัฐอเมริกาและเอกอัคราชทูตสหรัฐอเมริกา เช่น คนไทยไม่ใช่…ขี้ข้าอเมริกา ทูตมะกัน ออกไป เราคนไทย รักในหลวง เราคนไทย..พร้อมปกป้องสถาบันด้วยชีวิต
นำโดยนายสุรพล  วิชัยดิษฐ  ประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัดตรัง  เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายเดชรัฐ  สิมศิริ  ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ไปถึงรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ ทำเรื่อง ประท้วง สถานฑูต และรัฐบาล สหรัฐ ที่ก้าวก่าย กิจการภายใน และสถาบันกษัตริย์ของไทย พร้อมอ่านแถลงการณ์ในนาม ชมรมคนรักในหลวง ใจความว่า  เนื่องจากวันที่ 25 นายเกล็น ทาวน์เซนด์ เดวีส์ เอกอัคราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ไปกล่าวในเวทีเสวนาที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ มีข้อความที่วิจารณ์กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของไทย โดยมีข้อความที่สำคัญว่า ป.อาญา ม.112 เป็นกฎหมายที่ขัดขวางเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน การแสดงความคิดเห็นสันติไม่ควรถูกจำคุก และศาลไทยยังได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยด้วยความรุนแรงยาวนานเกินไป  นอกจากนั้นนายเกล็น ฯ ได้กล่าวว่าสหรัฐจะให้การสนับสนุนบุคคลหรือองค์กรอิสระที่มีศักยภาพ ค้นคว้า และรายงานในประเด็นกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยไม่ต้องเกรงกลัวอันตรายใดๆ
นายเกล็นฯ เป็นเอกอัคราชฑูต การออกมากล่าวในที่สาธารณะ วิจารณ์กฎหมายสำคัญของไทยในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอยู่แล้ว ยิ่งกว่านั้นการกล่าวในลักษณะยุยงให้บุคคลอื่นๆกระด้างกระเดื่องต่อกฎหมายฉบับนี้ ย่อมถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ผิดมารยาททางการทูต  ทั้งยังสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำความผิดตาม ป.อาญา ม.112 (3)อีกด้วย ซึ่งประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีกฎหมายคุ้มครองประธานาธิบดีเช่นกัน  เมื่อปี 2553 นายสเปนเซอร์ ชาวเมืองหลุยส์วิลส์ มลรัฐเคนตั๊กกี้ ได้ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกนานถึง 33 เดือน จากการกระทำในการเขียนบทกวีพาดพิงประธานาธิบดีสหรัฐ ดังนั้น ก่อนที่จะก้าวก่ายประเทศไทย นายเกล็น ทาวน์เซนด์ เดวีส์ ควรที่จะได้ดูกฎหมายประเทศตนเองเสียก่อนว่าขัดขวางเสรีภาพของประชาชน และมีการลงโทษมากเกินไปหรือไม่  ชมรมคนรักในหลวงในจังหวัดตรัง ขอเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศของไทยตรวจสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาในเรื่องนี้ รวมทั้งดำเนินการตามวิถีทางการทูต เพือปกป้องศักดิ์ศรี และอธิปไตยของประเทศไทยอย่างเร่งด่วนต่อไป.
หลังนายเกล็น ทาวน์เซนด์ เดวีส์ เอกอัคราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้กล่าวในเวทีเสวนาที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เมื่อคืนวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เกี่ยวกับการที่ประเทศไทยมีการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับคดีหมิ่นสถาบันอย่างเคร่งครัด โดยมีการจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายคนกระทำความผิดอย่างจริงจัง โดยกล่าวว่ารัฐบาลไทยมีการลงโทษจำคุกคนกระทำความผิดในคดีดังกล่าวหนักอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของไทย พร้อมระบุว่า ไม่ควรมีใครควรถูกจำคุกเนื่องจากแสดงความคิดเห็นอย่างสันติ  นอกจากนี้ยังกล่าวว่า สหรัฐยังกังวลที่ศาลทหารพิพากษาจำคุกพลเรือนผู้กระทำความผิดตามกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ยาวนานเกินไปอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และสหรัฐสนับสนุนอย่างเต็มที่ให้บุคคลหรือองค์กรอิสระที่มีศักยภาพ ค้นคว้าและรายงานประเด็นที่สำคัญนี้โดยปราศจากความกลัวว่าจะถูกเล่นงาน  และยังย้ำว่า สหรัฐเรียกร้องให้ไทยกลับสู่ประชาธิปไตย พร้อมระบุว่า เขาไม่ต้องการทำตัวเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการ ประเทศไทยต้องดำเนินการด้วยตนเอง  ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวของเอกอัคราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ทำให้คนไทยทั่วประเทศ รวมทั้งสมาชิกชมรมคนรักในหลวงทุกจังหวัดมองว่า เป็นการวิพากษ์วิจารณ์การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อบุคคลที่ก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นสถาบันหลัก ศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ  พยายามเข้ามามีบทบาท แทรกแซง ชี้นำ วิพากษ์วิจารณ์ ต่อกิจการภายในของประเทศไทยในทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการออกกฎหมายที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย  เป็นกระทำที่ดูหมิ่นความเป็นคนไทย และไม่รักษามารยาททางการทูตในฐานะมิตรประเทศที่ดี  คนไทย และสมาชิกชมรมคนรักในหลวงทั่วประเทศ จะออกมาชุมนุมใหญ่พร้อมกันบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัดในวันจันทร์ที่ 30 พ.ย.นี้ เพื่อเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกายุติการกระทำ ที่เป็นเป็นการก้าวคนไทย และจะเรียกร้องให้ขับทูตคนดังกล่าวออกไปจากประเทศไทย
นายสุรพล  วิชัยดิษฐ ประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัดตรัง กล่าวว่า ทูตสหรัฐปาฐกถา ดูหมื่นคนไทย โดยเฉพาะพูเรื่องกฎหมายมาตรา 112 ว่าเป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพของชาวไทย ทางรัฐบาลไทยน่าจะปล่อยให้สิทธิเสรี ทำให้คนไทยและสมาชิกชมรมคนรักในหลวงมองว่า เป็นการกระทำที่ดุหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เราจึงพร้อมใจกันออกมาประท้วงทูตสหรัฐอเมริกาคนดังกล่าว ในฐานะที่มาอยู่เมืองไทย จะต้องเคารพกฎหมายไทย ไม่ใช่มาพูดอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า ทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทอย่างยิ่ง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้คนไทยทั้งประเทศไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง เราจึงลุกขึ้นออกมาประท้วงดังกล่าว เรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศให้ดำเนินการทางการทูตต่อไปอย่างเร่งด่วน  ทั้งนี้ จะให้เวลากระทรวงการต่างประเทศ ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ หากกระทรวงการต่างประเทศไม่ดำเนินการใดๆชมรมคนรักในหลวงทั่วประเทศจะมีการหารือกัน เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไปแน่นอน
ด้านนายเดชรัฐ  สิมศิริ  ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง  กล่าวเกี่ยวกับท่าทีในฐานะของข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า เรามีหน้าที่ปฏิบัติตามแนวทางของรัฐบาลและปฏิบัติตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการพัฒนาประเทศ ส่วนเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้น ทางจังหวัดก็พร้อมจะสนับสนุนการแสดงออกของประชาชน ด้วยการจะรายงานหนังสือเรียกร้องดังกล่าวเสนอไปยังรัฐบาลได้รับทราบต่อไปว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ประชาชนรู้สึกและมีความคิดเห็นอย่างไร เพื่อให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *