ตรัง เศร้าสลดเด็กหญิงวัย 3 ขวบเสียชีวิตญาติติดใจสาเหตุการตาย ขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ

ตรัง เศร้าสลดเด็กหญิงวัย 3 ขวบเสียชีวิตญาติติดใจสาเหตุการตาย ขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ

IMG_6810151158 IMG_6811151158

IMG_6802151158

IMG_6785151158

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 151 ม.8  (บ้านป่ายาง ) ต.หนองช้างแล่น อ.ห้วยยอด จ.ตรัง หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีเด็กหญิงอายุเพียง 3 ขวบ เสียชีวิต โดยทางครอบครัวและญาติๆร้องขอความเป็นธรรม เมื่อไปถึงนางสาววนิดา  ยอดยิ่ง อายุ 29 ปี  พร้อมด้วยนางประยูร  ยอดยิ่ง อายุ 60  ปี ,นางสาวปริศนา ยอดยิ่ง อายุ 34 ปี แม่ ยาย และป้า รวมทั้งญาติพี่น้องของเด็กหญิงอัญชิษฐา  นิลอนันต์ หรือน้องอัญชัน  เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่ เสียชีวิต โดยญาติได้ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของน้องอยู่บริเวณใต้ถุนบ้านทรงไทยหลังใหญ่ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจอย่างหนัก พร้อมให้สัมภาษณ์เล่าถึงเหตุการณ์และวอนขอความเป็นธรรมจากโรงพยาบาลตรัง ผ่านสื่อมวลชน

โดยนางสาววนิดา มารดาของน้องอัญชัน  (คนถือรูปน้อง ) เล่าทั้งน้ำตาว่า  น้องอัญชันเริ่มมีอาการป่วย ตั้งแต่วันศุกร์ (6 พ.ย.58)  โดยมีอาการไข้ขึ้นสูง พอเช้าวันเสาร์ที่ 7 พ.ย. จึงได้พาไปรักษาที่รพ.วัฒนแพทย์ โดยหมอได้ทำการเอ็กซเรย์ อวัยวะส่วนต่างๆ ภายในไม่พบสิ่งผิดปรกติ พบแต่เพียงว่าต่อมทอนซิลอักเสบ  จึงสั่งให้น้องกลับบ้าน แต่พอเตกบ่ายวันเดียวกันน้องอัญชัณยังมีไข้ขึ้นสูง และเริ่มหายใจเร็ว จึงได้นำตัวกลับไปที่ รพ.วัฒนแพทย์อีกครั้ง  โดยแพทย์ให้นอนรักษาที่โรงพยาบาล ระหว่างนั้นแพทย์ได้นำตัวไปตรวจเอ็กซเรย์ร่างกาย รวมทั้งเก็บตัวอย่างเสมหะ และเลือดไปตรวจ  จึงพบว่าน้องมีอาการปอดบวม และพบเชื้อ RSV ในปอด รวมรักษาที่โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ทั้งหมด 4 คืน  ต่อมาแพทย์โรงพยาบาลวัฒนแพทย์แจ้งว่า จะต้องส่งน้องไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตรัง ซึ่งมีอุปกรณ์เครื่องมือที่พร้อมกว่า โดยเชื้อนี้จะต้องใช้วิธีการใส่ท่อช่วยหายใจและดูดเสมหะ รวมทั้งต้องให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อฆ่าเชื้อไวรัสดังกล่าว พร้อมบอกกับญาติว่า ไม่ต้องกลัว เป็นโรคที่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการดังกล่าว และก่อนหน้านี้ได้ส่งเด็กที่มีอาการเดียวกันไปรักษามาแล้ว 2 ราย และหาย  พอวันรุ่งขึ้นเป็นวันอังคารที่ 11 พ.ย.โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ก็ได้ประสานโรงพยาบาลตรัง พร้อมนำตัวน้องอัญชันส่งไปรักษา ขณะส่งมอบตัวน้องอัญชันเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ไปส่ง ได้รายงานผลการตรวจรักษาเบื้องต้นให้แก่แพทย์เวรโรงพยาบาลตรังได้รับทราบว่า ตรวจน้องอัญชันพบเชื้อโรคอะไร รวมทั้งแนวทางการรักษาให้ได้รับทราบ จากนั้นได้ส่งตัวน้องให้แก่แพทย์โรงพยาบาลตรัง แล้วกลับไป จากนั้นแพทย์ได้นำตัวน้องอัญชันเข้าห้องไอซียู เพื่อทำการรักษาต่อไป

นางสาววนิดา มารดาของน้องอัญชัน  กล่าวอีกว่า เมื่อมาถึงโรงพยาบาลตรังหลังหมอคนแรกรับน้องอัญชันไว้ รักษา ก็ออกเวรไป  เพราะมีงานประชุมด่วนที่กทม. จึงส่งมอบเด็กให้แก่แพทย์อีกคนรับช่วงต่อ  ทั้งนี้ ใน 2 วันแรก (11 – 12 พ.ย.) ที่โรงพยาบาลตรังรับน้องอัญชันไปรักษา พบว่าแพทย์ไม่ได้ใส่ท่อช่วยหายใจให้น้อง  ไม่ได้ดูดเสมหะ และไม่ได้ให้ยาฆ่าเชื้อสำหรับฆ่าเชื้อไวรัส RSV แต่ได้รับคำตอบว่าให้ยาฆ่าเชื้อทั่วไปเท่านั้น  ปรากฏว่าน้องอัญชันเริ่มมีอาการทรุดหนักในวันที่ 2 (12 พ.ย.) ต่อเนื่องวันที่ 3 ( 13 พ.ย.) โดยตลอดเวลาที่อยู่โรงพยาบาลตรัง ญาติได้ติดต่อกับตัวแทนประกันชีวิตที่ได้ทำประกันชีวิตให้น้องไว้ โดยทางตัวแทนบริษัทประกันก็มาติดตามอาการน้องที่โรงพยาบาลตรังตลอดเวลา พร้อมแจ้งกับญาติว่า บริษัทประกันชีวิตดังกล่าวพร้อมจะเคลื่อนย้ายน้องอัญชันไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ แม้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มวันละ 1 แสนบาท ทางครอบครัวก็พร้อม โดยแพทย์ของบริษัทประกันได้สอบถามอาการป่วยของน้องกับแพทย์ประจำไข้ที่ดูแล เพื่อประเมินสถานการณ์ ทั้งนี้  ทางแพทย์ประจำไข้ที่ดูแลอยู่ก็แสดงความไม่พอใจญาติ  พร้อมพูดจาไม่ดี ตะคอกใส่แม่และญาติ และประกาศว่า ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายเด็ก หากจะเคลื่อนย้ายเด็กอาจเสียชีวิตได้ เพราะขณะนี้เด็กอาการทรุดหนัก  พร้อมให้ความมั่นใจกับญาติว่า ตนเองสามารถดูแลรักษาเด็กได้  ทางครอบครัวจึงเลือกที่จะยอมเชื่อใจคุณหมอคนดังกล่าว  แต่ขณะนั้นแม่และคนในครอบครัวก็รับรู้ได้ตลอดเวลาว่า น้องอัญชันมีอาการทรุดหนักลงเรื่อยๆ  จากการที่พูดคุย รู้สึกตัว  เรียกหาแม่ พ่อ ป้าและยาย ให้อยู่ใกล้ๆตลอดเวลา ร้องขอน้ำ และเชื่อฟังที่แม่บอก ยายบอกให้ทำตามที่หมอบอก แต่หลังจากเที่ยงวันที่ 13 พ.ย.เป็นไป ปรากฏว่าน้องอัญชันเริ่มมีอาการอ่อนแรง เพราะตลอดเวลามีอาการเหนื่อยหอบตลอดเวลา และอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ท้ายที่สุดในภาคบ่ายของ ญาติได้ขอร้อง วิงวอนถามแพทย์ประจำตัวคนไข้อีกครั้ง ก็ได้รับคำตอบพูดจาเสียงดังใส่อารมณ์ตลอดเวลาว่ารักษาได้ แต่หลังจากนั้นไม่เกิน 1 ชม.หรือประมาณ 17.00 น.ปรากฎว่าน้องอัญชันช็อก แพทย์ต้องปั๊มหัวใจยื้อชีวิต แต่เมื่อญาติถามก็บอกว่าไม่มีอะไร จะเปลี่ยนเครื่องช่วยหายใจให้เร็วขึ้น แต่เด็กไมตอบสนอง จึงเปลี่ยนกับมาใช้เครื่องช่วยหายใจตัวเดิม ทำให้ต้องปั๊มช่วยหัวใจ จนในที่สุดน้องก็มาเสียชีวิต   และเมื่อแม่ รวมทั้งญาติถามว่าเด็กเป็นอะไร ได้รักษาตามวิธีการที่ถูกต้อง ให้ยาฆ่าเชื้อ RSVตามที่แพทย์โรงพยาบาลวัฒนแพทย์แนะนำหรือไม่ กลับได้รับคำตอบว่า ไม่ได้รับผลเชื้อดังกล่าวจากโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ และยังไม่ทราบว่า เด็กเป็นโรค RSV

อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวได้ตั้งคำถามไปถึงแพทย์เจ้าของไข้ โรงพยาบาลตรังว่า  ก่อนหน้านั้น 2 วัน หลังรับตัวเด็กไปรักษา ทำไมไม่รักษาตามคำแนะนำของโรงพยาบาลที่ส่งตัวมา รวมทั้งทำไมไม่นำเด็กไปตรวจเอ็กซเรย์ เก็บตัวอย่างเลือด รวมทั้งไม่นำเสมหะไปตรวจ เพื่อวินิจฉัยโรคให้แน่ชัด ว่าเด็กได้รับเชื้อ RSV หรือไม่ เพื่อการรักษาที่แน่ชัดและต่อเนื่องและทำไมไม่บอกความจริงกับครอบครัว และทำไมไม่ยอมให้ครอบครัวเคลื่อนย้ายเด็กไปรักษาตามสิทธิการประกันที่ซื้อไว้ ทั้งๆที่ครอบครัวและบริษัทประกันก็ร้องขอตัวเด็กไปรักษาในโรงพยาบาลที่ดีกว่าตลอดเวลา โดยทางบริษัทพร้อมจะเคลื่อนย้ายเด็กทางเครื่องบิน จึงอยากวอนขอความเป็นธรรมให้ครอบครัว ให้ลูกหลานของพวกตนด้วย และอยากให้ย้ายแพทย์คนดังกล่าวออกนอกพื้นที่เพื่อแสดงความรับผิดชอบ โดยทางครอบครัวจะฟ้องร้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และหลังจากเสร็จพิธีศพแล้ว จะเข้าร้องศูนย์ดำรงธรรม เพื่อขอความเป็นธรรมและเอาผิด ไม่ให้ไปกระทำกับครอบครัวอื่นต่อไป

ทั้งนี้ ตนและครอบครัวรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้น้องอัญชันเป็นเด็กที่แข็งแรง น่ารัก ร่าเริง และทางครอบครัวดูแลอย่างดีมาโดยตลอด ทุกคนในครอบครัวมีประกันชีวิต ไม่เคยเข้ารักษาที่โรงพยาบาลของรัฐ รวมทั้งโรงพยาบาลตรังมาก่อน  และไม่เคยคิดว่าน้องจะมาเสียชีวิตที่เกิดจากการทำงานที่ผิดพลาดของแพทย์
อย่างไรก็ตามทางญาติจะทำการฌาปนกิจศพด.ญ.อัญชิษฐา นิลอนันต์ หรือ น้องอัญชันที่วัดศรีรัตนารามในวันที่ (16 พ.ย.58) ในช่วงบ่ายต่อไป

สุนิภา/ข่าว
ธรรมรัตน์/ภาพ

http://www.trangstory.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *