ตรัง ชาวประมงจับกุ้งขายรายได้ดี

ตรัง ชาวประมงจับกุ้งขายรายได้ดี

ตรัง ชาวประมงพื้นบ้านมีรายได้วันละกว่าพันบาท จากการจับกุ้งแชบ๊วยจำหน่าย ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติห้ามเรือประมงที่ไม่มีอาชญาบัตรออกทะเลหาปลา ทำให้สัตว์น้ำชายฝั่งเพิ่มมากขึ้น สร้างความดีใจให้กับชาวประมงพื้นบ้านเป็นอย่างมาก

IMG_3013120958 IMG_3042120958 IMG_3084120958

วันนี้(15 ก.ย.58) นายวิโรจน์  อินทร์สว่าง  นายอำเภอหาดสำราญ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ แหลมชัยสงค์ ผู้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง , นายคุณวุฒิ ทุ้ยอ้น ประธานสภาเทศบาลตำบลตะเสะ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง และนายศักดิ์ดา ทุ้ยอ้นกำนันตะเสะ ม.4 อ.หาดสำราญ จ.ตรัง นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ดูการทำประมงของชาวตะเสะช่วงปิดอ่าวโดยใช้เครื่องมือการทำประมงที่ถูกกฎหมาย โดยประมงชายฝั่งได้ใช้เครื่องประมงวางอวนลอยในการดักจับสัตว์น้ำโดยเฉพาะกุ้งแชบ๊วยได้เป็นจำนวนมากซึ่งมีระยะห่างจากฝั่ง 2-3 กิโลเมตร หลังจากในช่วงปิดอ่าวห้ามมีเรืออวนลากอวนรุน และประกาศห้ามจากคสช.ไม่ให้เรือที่ผิดกฎหมายซึ่งไม่มีอาชญาบัตรเข้าทำการประมง โดยพบว่าช่วงนี้กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านได้จับกุ้งแชบ๊วยได้วันละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ซึ่งมีแพปลาในอ.หาดสำราญไม่ต่ำกว่า 10 แพปลา โดยรวมจะดักจับสัตว์น้ำประเภทกุ้งแชบ๊วยได้ถึง 2 ตัน และเฉพาะหมู่ที่ 4 ต.ตะเสะมีทั้งหมด 4 แพรวมแล้วต่อวันได้ประมาณ 1 ตัน

ทั้งนี้ตามท้องตลาดราคากุ้งแชบ๊วย มีขนาดเล็ก ราคา 180 บาทต่อกิโลกรัม ขนาดกลาง ราคา 250 บาทต่อกิโลกรัม ขนาดใหญ่สุด ราคา350 บาทต่อกิโลกรัม และกุ้งแชบ๊วยขนาดไซส์รวม ราคา 300 บาทต่อกิโลกรัม

ด้านนายธารา เจริญฤทธิ์ อายุ 46 ปี ม.3 ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง ชาวประมงพื้นบ้าน กล่าวว่า ตนได้ออกเรือทำประมงมีรายได้ต่อวันไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท หากมีคลื่นลมแรงมากก็ไม่สามารถออกเรือหากุ้งแชบ๊วยได้ทำให้ขาดรายได้ ซึ่งเมื่อได้กุ้งหรือสัตว์น้ำชนิดอื่นๆก็จะนำไปส่งขายต่อที่แพปลาที่ใกล้บ้าน

ส่วนทางด้านนายวิโรจน์  อินทร์สว่าง  นายอำเภอหาดสำราญ กล่าวว่า ช่วงนี้ที่ชาวบ้านจับสัตว์น้ำได้เป็นจำนวนมากสาเหตุหลักๆมาจากนโยบายของทางรัฐบาลได้ดำเนินการกับเรือประมงที่ทำผิดกฎหมายไม่มีอาชญาบัตร ทำให้ชาวอ.หาดสำราญซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวประมงพื้นบ้านที่เป็นอวนลอยกุ้งลอยปู ซึ่งมีกว่า 200 ลำที่ทางอำเภอได้ออกอาชญาบัตรให้อย่างถูกต้อง จึงทำให้ปริมาณสัตว์น้ำในบริเวณอ่าวตะเสะและใกล้เคียงมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่ออกไปทำมาหากินได้วันละ 1,000-2,000 เป็นประจำในช่วงนี้ ซึ่งอาจจะได้มากบ้างน้อยบ้างแต่จะได้กลับมาทุกครั้งที่ออกไป ซึ่งจะมีปริมาณสัตว์น้ำที่นำมาขายที่แพปลาประมาณวันละ 2 ตันจากกว่า 10 แพปลาใน อ.หาดสำราญ โดยเฉลี่ยแล้วได้ประมาณแพละ 200-300 กิโลกรัม แต่สามารถออกทำประมงได้เพียง 20 วันต่อเดือน เพราะมีช่วงน้ำใหญ่ทำให้จับสัตว์น้ำไม่ได้ อีกทั้งช่วงนี้น้ำมันมีราคาลดลงทำให้ค่าใช้จ่ายในการออกเรือจากเดิมวันหนึ่ง 300-400 บาทต่อวัน ลดเหลือ 200 บาทต่อวัน จึงได้ต้นทุนลดลงแต่ปริมาณสัตว์น้ำมากขึ้น

http://www.trangstory.com/

ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *