ตรัง บินสำรวจพะยูนพบพะยูนแม่ลูกเพิ่มมากขึ้น

ตรัง บินสำรวจพะยูนพบพะยูนแม่ลูกเพิ่มมากขึ้น

ตรัง ผลบินสำรวจพะยูนพบว่าปริมาณของพะยูนไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา มีประมาณ 125-135 ตัว หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน ขอให้ช่วยกันอนุรักษ์พะยูน โดยขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันป้องกันการทำร้ายพะยูน การทำประมงที่ใช้เครื่องมือผิดประเภท ทำลายแหล่งหญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหรของพะยูน ซึ่งพะยูนที่จังหวัดตรังเป็นฝูงใหญ่ที่สุดในประเทศ นั้นหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล ซึ่งจากการสำรวจในปีนี้เป็นที่น่ายินดีเนื่องจากพบพะยูนแม่ลูกเป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งพะยูน เป็นสัตว์สงวนชนิดเดียวที่อยู่ในน้ำและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ หากทุกภาคส่วนไม่ช่วยกันดูแล
ThailandDSC_620012345 DSC_722812345HH9A2797.CR212345 IMG_182812345 IMG_183612345 IMG_194712345IMG_203012345 IMG_203112345

IMG_210012345

IMG_222712345

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.58 ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน (ซึ่งรับผิดชอบ พื้นที่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา ระนอง ตรังและสตูล) ได้ส่งนักวิชาการกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก  นำโดย  ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์  นักวิชาการประมงชำนาญการ กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก เต่าทะเล โลมา วาฬ และพะยูน  พร้อมเจ้าหน้าที่ และนักบินชาวต่างชาติ นำเครื่องบินเล็ก  “ อุลตราไลท์” และไจโรเพลน ทำการบินสำรวจพะยูนในทะเลตรัง นับตั้งแต่วันที่ 16-22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จำนวนกว่า 10 เที่ยวบิน  เพื่อนับจำนวนประชากรพะยูน ในบริเวณแนวเขตพื้นที่หญ้าทะเลขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดของประเทศไทย คือ บริเวณเกาะมุกและเกาะตะลิบง ทั้งนี้ เพื่อนับจำนวนประชากรพะยูนที่เหลือแต่ละปี  ด้วยการนำเอาจำนวนพะยูนที่บินพบแต่ละเที่ยวบินไปคำนวณหาค่าเฉลี่ย ซึ่งจะต้องใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์หลังจากนี้ ก็จะสามารถประมาณการจำนวนประชากรพะยูนที่เหลือได้  และเพื่อนำข้อมูลมาพยากรณ์ว่าจำนวนของพะยูนที่พบหรือหายไป จะสามารถบอกสถานการณ์ของพะยูนในอนาคตได้ว่าจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร เนื่องจากพะยูนเป็นสัตว์ทะเลหายาก ที่ขณะนี้เหลือฝูงใหญ่ที่สุดคือ ที่จังหวัดตรัง

IMG_195112345

                       ดร.ก้องเกียรติ   กิตติวัฒนาวงศ์  หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน กล่าวว่า การบินเพื่อสำรวจและทำความเข้าใจว่า พะยูนมีการแพร่กระจายยังไง ตรงไหนเป็นแหล่งที่มีการแพร่กระจายที่มีการรวมกลุ่มมากหรือน้อยอย่างไร และมีการแพร่กระจายอันเป็นพื้นที่กว้างมากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญที่สุดต้องการจะรู้ว่าพะยูนมีจำนวนประชากรเท่าไหร่ ซึ่งเราทำติดต่อกันมาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว   เดิมพะยูนทะเลตรังมีประมาณ 150 ตัว  แต่ได้ลดจำนวนลงเรื่อยๆ ซึ่งปีที่แล้วลดจำนวนลงเหลือ 125 -135 ตัว   ในปีนี้จึงทำการบินสำรวจต่อเนื่อง ซึ่งพบพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดจำนวน 92 ตัว ส าเหตุหลักๆที่ทำให้พะยูนตายประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ มาจากกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับมนุษย์ โดยเฉพาะเครื่องมือประมง เนื่องจากผลการผ่าชันสูตรพบว่า พะยูนเสียชีวิตขณะยังมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ยังกินอาหารได้ตามปกติ เพราะพบอาหารเต็มในกระเพาะอาหาร

                      ดร.ก้องเกียรติ   กล่าวอีกว่า    ปัจจัยสำคัญที่สุดในการอนุรักษ์ให้เกิดประสิทธิภาพให้สูงสุดนั้นต้องเน้นในชุมชนในการเฝ้าระวังพื้นที่ ในการดูแลปกป้องและป้องกันพะยูน ไม่ให้มีการล่าพะยูนหรือการใช้เครื่องมือประมงผิดประเภทซึ่งจะส่งผลอันตรายกับพะยูน     พะยูนที่ตรังถือเป็นฝูงใหญ่ที่สุด โดยทั้งประเทศพบพะยูนประมาณ 200-250 ตัว ฝูงใหญ่ที่สุดประมาณ 70% อยู่ที่ จ.ตรัง ถ้าเราสามารถอนุรักษ์พะยูนใน จ.ตรังได้ แสดงว่าประเทศไทยก็จะมีโอกาสรอดของพะยูนสูง
ส่วนพะยูนเพศผู้ อายุประมาณ 3-5 ปี น้ำหนักประมาณ 120 กิโลกรัม ยาวประมาณ  2 เมตร ที่พบซากเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในสภาพถูกเลาะเอาไปเฉพาะส่วนของกะโหลก ด้วยฝีมือของคนตัดที่มีความชำนาญ และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนั้น ผลการผ่าพิสูจน์ไม่สามารถจะกระทำได้ เนื่องจากว่ามันมีการตายมาหลายวันแล้ว สภาพเนื้อภายในค่อนข้างจะเน่า ไม่สามารถจะดูอะไรได้  แต่กระเพาะอาหารมีอาหารเต็ม ที่บริเวณส่วนกะโหลกถูกเลาะออกไป ถ้าโดยปกติแล้วธรรมดาอยากได้กะโหลกอะไรก็จะตัดหัวออกไป แต่นี่น่าจะเป็นคนที่มีความชำนาญการ  โดยเอาเฉพาะกะโหลกข้างใน และไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นแบบที่ตัดหัวก็ตัดไปเลย แต่จะเป็นฝีมือของคนกลุ่มไหนอย่างไร ยังคงต้องไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากตัวชุมชนอีกต่อไป
สำหรับข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับบพะยูน พบว่าแหล่งพะยูนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอยู่ในแหล่งหญ้าทะเลบริเวณเกาะมุก เกาะตะลิบง ของจังหวัดตรัง จากข้อมูลการบินสำรวจย้อนหลัง 6 ปีที่ผ่านมา  พบว่าใน 3 ปีแรกจำนวนพะยูนคงที่ แต่ 2 ปีหลังถึงปี 2556 แนวโน้มการตายสูงขึ้นอย่างน่าตกใจและเมื่อบินสำรวจก็พบจำนวนลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย  โดยในปี 2555 พบจำนวน 110 – 135 ตัว น้อยกว่าปี 2554 จำนวน  15 – 20 ตัว  และในปี 2555 พบซากพะยูนตายลงอีกจำนวน 13 ตัว ทำให้การสำรวจปี 2556  มีพะยูนเหลือประมาณ 110 – 125 ตัวเท่านั้น และในปี 2556 พบซากพะยูนตายจำนวน 6 ตัว  ดังนั้นในการบินสำรวจช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ปี 2557 พบเห็นจำนวนพะยูนในทะเลตรังประมาณ 50ตัวต่อเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปกติในการบินสำรวจจะพบเพียงประมาณ 30 – 40  ตัว ต่อเที่ยวบิน  ดังนั้นเมื่อนำมาคำนวณหาค่าเฉลี่ยแล้วพบว่า ในปี 2557 พบจำนวนพะยูนเพิ่มมากขึ้นประมาณ  10 – 20 %  หรือมีอยู่ประมาณ 125 – 135 ตัว  สาเหตุน่าจะเป็นเพราะจำนวนการตายในปี 2556 ลดลง ที่สำคัญพบพะยูนคู่แม่ลูกมากกว่า 7 คู่ต่อการบินสำรวจ 1 เที่ยวบิน  โดยในปี 2557 พบพะยูนตายไปทั้งหมด 7 ตัว และในปี 2558 พบพะยูนตายแล้วจำนวน 1 ตัว

IMG_214212345

 ทั้งนี้ ในการบินล่าสุดในปีนี้ระหว่างวันที่  16-22 กุมภาพันธ์ พบว่าประชากรพะยูนมีไม่น้อยกว่าปี 2557 อย่างแน่นอน พื้นที่ที่ทำการบินสำรวจหลักมี 2 แหล่งคือ  เกาะมุก กับเกาะลิบง ทั้งนี้สามารถพบพะยูนฝูงใหญ่ที่นับได้จำนวน 92 ตัวและพบพะยูนแม่ลูกหลายคู่  โดยภาพรวมความหนาแน่นของพะยูนไม่ได้แตกต่างจากปีที่ผ่านมา

IMG_212212345ซึ่งหลังจากนี้จะนำข้อมูลทางวิชาการที่ได้จากการบินสำรวจในปีนี้เสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชุมกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมจัดทำแผนอนุรักษ์ดูแลคุ้มครองต่อไป

 

ขอขอบคุณทีมบินสำรวจพะยูน ในท้องทะเลอันดามัน https://www.facebook.com

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง https://www.facebook.com/

 trangstory.com ทุกเรื่องเมืองตรัง https://www.facebook.com

http://www.trangstory.com

индийские танцы братиславскаяescort dubai 100чехлы на iphoneчехол для apple macbook air 13

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *