ตรัง ธ.ก.ส.นาโยง ร่วมจัดกิจกรรมโครงการเปิดประตูการเรียนรู้สู่ทุ่งนา ปีที่ 5

ตรัง ธ.ก.ส.นาโยง ร่วมจัดกิจกรรมโครงการเปิดประตูการเรียนรู้สู่ทุ่งนา ปีที่ 5

ตรัง ธ.ก.ส.นาโยง ร่วมจัดกิจกรรมโครงการ “เปิดประตูการเรียนรู้สู่ทุ่งนา ปีที่ 5”  เพื่อเป็นการถ่ายทอดวิธีเรียนแนวใหม่ให้นักเรียนสัมผัสเรียนรู้เกี่ยวกับการทำนา โดยหวังกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนเรียนรู้วิถีชีวิตชาวนาไทยนอกห้องเรียน และสืบทอดอาชีพที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษก่อนที่จะสูญหายไป 

IMG_2771 IMG_2777 IMG_2834 IMG_2835 IMG_2847 IMG_2850 IMG_2858 IMG_2892 IMG_2902 IMG_2913 IMG_2939 IMG_2946 IMG_2955 IMG_2958 IMG_2968 IMG_2979

ที่แปลงนาเพื่อการเรียนรู้ของนักเรียน  หมู่ที่ 6 ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง  นายวิโรจ  เยาว์ดำ  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาหมื่นศรี  พร้อมด้วย นางเสาวณีย์  ทวิชศรี  ผู้จัดการ ธ.ก.ส. สาขานาโยง  นางณกมล  รอดคืน  ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรงาม  และชาวบ้านในพื้นที่ตำบลนาหมื่นศรี  ร่วมกันดำนาปลูกข้าวนาปีกับนักเรียนโรงเรียนไทรงาม ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1- 6 จำนวน 80 คน ตามโครงการ “เปิดประตูการเรียนรู้สู่ทุ่งนา”ปีที่ 5  ทั้งนี้ถือเป็นโครงการที่โรงเรียนไทรงาม ได้รับการสนับสนุนงบประมาณบางส่วน จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นาหมื่นศรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และพ่อแม่ผู้ปกครองโรงเรียนไทรงาม ติดต่อกันเป็นปีที่ 5  ในการที่จะร่วมกันบูรณาการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการทำนาให้แก่กลุ่มนักเรียนเยาวชน  ซึ่งจะตัวแปรสำคัญในอนาคตที่จะร่วมกันพัฒนาประเทศชาติ
โดยทางด้าน นางมาลี เชยชื่นจิตร เกษตรกรชาวตำบลนาหมื่นศรี ได้มอบที่นาจำนวน 2 แปลง ให้กับทางโรงเรียนไทรงาม เพื่อให้นักเรียนได้นำไปใช้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวนา และทุกๆ กระบวนการของการปลูกข้าว ไม่ว่าจะเป็นการหว่าน การปักดำ การดูแลบำรุงรักษา ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียน และได้เรียนรู้คุณค่าของข้าวทุกเม็ดที่นำมาบริโภค
ทั้งนี้ทางด้าน นายวิโรจ  เยาว์ดำ  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาหมื่นศรี  กล่าวว่า  ทาง อบต.นาหมื่นศรี เล็งเห็นถึงความสำคัญในกระบวนการปลูกข้าวจากแปลงนาที่ทุกคนได้ร่วมกันปลูกข้าว  ซึ่งเริ่มตั้งแต่การหว่านกล้า ปักดำ ดูแลรักษา และสุดท้ายคือการเก็บเกี่ยว ก็จะทำให้เด็กเยาวชนรู้จัก และเรียนรู้การทำนา ที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ  ซึ่งกำลังจะสูญหายไปจากสังคมชาวนาไทยในชนบท  เนื่องจากในปัจจุบันพื้นที่ปลูกนาข้าวของอำเภอนาโยง มีประมาณ 8,500 ไร่ และทั้งจังหวัดตรังมีประมาณ 22,000 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกไว้เพื่อการบริโภคภายในครัวเรือนไม่ได้จำหน่ายแต่อย่างใด
ขณะที่ทางด้าน นางเสาวณีย์  ทวิชศรี  ผู้จัดการ ธ.ก.ส. สาขานาโยง  กล่าวว่า  สำหรับกิจกรรมดำนาข้าวในครั้งนี้ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่าง โรงเรียน หน่วยงานราชการ และผู้อยู่อาศัยในชุมชนเดียวกัน  โดยทาง ธ.ก.ส.สาขานาโยง ต้องการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในสังคมไทย  ดังนั้นจึงได้เลือกโครงการเปิดประตูการเรียนรู้สู่ทุ่งนา  โดยขณะนี้ทางคณะกรรมการธนาคารได้มีมติเห็นชอบให้ ธ.ก.ส.ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2557/58 ตามมติของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จำนวน 3 โครงการ คือ โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการผลิตแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีลง 3% ต่อปี รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน วงเงินชดเชยดอกเบี้ย 2.29 พันล้านบาท คาดมีเกษตรกรได้รับประโยชน์ 3.57 ล้านราย เริ่ม 1 กรกฎาคม-31 ธันวาคม 2557
ผู้จัดการ ธ.ก.ส. สาขานาโยงฯ  กล่าวต่อไปว่า  สำหรับโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ได้แก่ สหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร เพื่อกระตุ้นให้องค์กรของเกษตรกรเข้ามามีส่วนช่วยในการรักษาระดับราคาผลผลิตข้าว รวมทั้งมีการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต โดยการไปรวบรวมข้าวเปลือกเพื่อการจำหน่าย วงเงินสินเชื่อ 1.8 หมื่นล้านบาท และเพื่อนำไปแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มอีก 2 พันล้านบาท โดย ธ.ก.ส.คิดดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตรา MLR -1 (ปัจจุบัน MLR เท่ากับ 5% ต่อปี) คาดว่ามีสถาบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 464 แห่ง  และโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ซึ่งเป็นสินเชื่อที่เข้าไปช่วยเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกมาเป็นปริมาณมากและมีราคาตกต่ำ โดยเกษตรกรสามารถนำผลผลิตคือข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกเหนียวมาขอกู้กับ ธ.ก.ส. ในอัตรา 80% ของราคาตลาด ในวงเงินไม่เกินรายละ 3 แสนบาท โดยไม่เสียดอกเบี้ย กำหนดชำระคืนภายใน 4 เดือนนับถัดจากเดือนรับเงินกู้ เริ่มตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2557 – 30 กันยายน 2558
ทั้งนี้ทางด้าน  นางณกมล  รอดคืน  ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรงาม  กล่าวว่า  ในยุคปฏิวัติการศึกษานั้นได้เน้นให้ผู้เรียนหรือนักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตประจำวัน สิ่งรอบตัว และเห็นถึงสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว ผ่านกระบวนการเรียนรู้ในท้องถิ่น โดยเฉพาะยุคของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักเรียน ซึ่งจะต้องโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า เพื่อจะได้เรียนรู้สิ่งๆ ต่างที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน  แม้แต่คำสอนเมื่อครั้งโบราณที่เด็กๆ เองยังไม่เคยทราบว่า ทำไมผู้ใหญ่หรือพ่อแม่ต้องตักเตือนว่า หากลูกรับประทานข้าวในจานไม่หมด จะทำให้แม่ขวัญข้าว หรือแม่โพสพเกิดความไม่พอใจ แต่วิธีการสอนเช่นนี้ทำให้เด็กๆ ไม่เข้าใจถึงความหมาย กระทั่งเมื่อพวกเขาได้มาเรียนรู้และปฎิบัติจริง จึงทราบว่าข้าวกว่าจะได้มาแต่เม็ด ชาวนาต้องเหนื่อยยากลำบากอย่างมาก จึงทำให้นักเรียนเข้าใจถึงการตักเตือนดังกล่าว
“นอกจากนั้น กิจกรรมการทำนายังทำให้นักเรียนมีความสุข และเป็นการเรียน การสอน ในรูปแบบของนอกชั้นเรียนหรือนอกรั้วโรงเรียน จนทำให้นักเรียนมีความรู้รอบตัว หรือสัมผัสกับสิ่งมีชีวิตรอบตัว เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา หนูนา หอยเชอรี่ เป็นต้น จึงสามารถนำสิ่งที่เห็นจากการทำกิจกรรมในครั้งนี้ไปถ่ายทอดเป็นภาพต่างๆ ได้ดี รวมทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชนด้วย”  ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรงามฯ กล่าวทิ้งท้าย.

นายชนะดิษฐ์  จองวราห์ศรี  สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดตรัง

http://www.trangstory.com/

тайский бокс люблиноbackpage dubai escortтуры африка сафари кения танзаниячехлы на айфон 5 спбчехлы айфон 4с

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *